เนื่องจากเดี๊ยนจะไปเยี่ยมคุณยายที่ภูเก็ตเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เรื่องอินเตอร์เน็ตไม่ต้องหวังเลยค่ะ เพราะไม่มีให้ใช้ และไม่มีโอกาสได้ใช้แน่ จึงขออนุญาตสวัสดีปีใหม่ทุกคนล่วงหน้านะคะ
แหม... ปีหน้าเลขสวยจริงๆ 2552
2 คือดาวจันทร์ รักสวยรักงาม
5 คือดาวพฤหัส แก่กล้าวิชาการ
แถมเบิ้ลอีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นปีแห่ง "ความงามอย่างมีคุณค่าx2"
เดี๊ยนตั้งปณิธานไว้หลายข้อเชียวล่ะค่ะ เพราะพ่อทำนายไว้ว่าจะเป็นปีที่ดีมากๆ ของเดี๊ยน
เนื่องจากปีนี้เป็นปีที่เดี๊ยนตกภูมิเสาร์ ทำอะไรก็ติดขัด ไม่ราบรื่น ไม่มีโอกาสได้ขยับขยาย และมันก็จริงอ่ะ (ถึงะดูไม่หนักหนา แต่เมื่อเทียบกับปีอื่นๆ แล้วเดี๊ยนรู้สึกได้) ตลอดทั้งปีไม่ปลอดโปร่ง เหมือนมีอะไรมาทับให้ตัวหนักๆ ยังไงไม่รู้ค่ะ ทางแก้ไขมีอยู่เพียงอย่างเดียวคือ "วางเฉย" และ "อโหสิกรรม"
บุญกุศลแห่งการอโหสิกรรมมีอาณุภาพยิ่งใหญ่มากๆ จะส่งให้ปีหน้าของเดี๊ยนซึ่งเป็นปีที่ดีอยู่แล้วกลับดียิ่งกว่าที่ตัวเองคาดหวังไว้หลายเท่า
มันเป็นแค่คำทำนายค่ะ... แต่เดี๊ยนจะเอามาเป็นกำลังใจผลักดันให้ทำสิ่งต่างๆ สำเร็จให้ได้
และปณิธานในปี 2552 นี้
1. นั่งสมาธิวันละ 15 นาทีเป็นอย่างต่ำ และค่อยๆ เพิ่มเวลาเดือนละ 5 นาที เพราะฉะนั้นพอถึงสิ้นปีหน้าเดี๊ยนจะนั่งสมาธิวันละ 1 ชั่วโมง 15 นาที
2. ประกอบสัมมาอาชีพทุกแนวที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน ต่อให้เป็นงานที่ชาวบ้านคิดว่ากระจอก หรือไม่คุ้ม แต่ถ้าเดี๊ยนไม่เคยทำและอยากลองทำเดี๊ยนก็จะทำ คุณคิดว่าชาตินึงคุณจะได้มีโอกาสทำงานแบบนั้นกี่ครั้งกัน?
3. "ให้" เท่านั้น ให้มาก ให้น้อย ก็จะให้
4. เมคมันนี่... ตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่า ขอรายรับซัก xxxxxxxxx (ขอไม่บอกนะคะ ^^;) ต่อปี
5. นอน 4 ทุ่มเป็นอย่างช้า ตื่นก่อน 10 โมงเช้า
6. เปิดใจรับหนุ่มๆ ซักที จะอายุเท่าไหร่ก็เข้ามาเหอะ จะทำให้ช้ำใจแค่ไหนก็ไม่สนแล้ว ขอแปลงร่างเป็นผู้หญิงเจ้าชู้ซักปี หลังจากครองตำแหน่งราชินีน้ำแข็งมานาน (มันใกล้จะเลข 3 แล้วใช่มั้ยเอ็ง 555+) ไหนๆ พ่อก็อุตส่าห์ทำนายว่า คนที่คบหาในปีหน้าจะดีหมด (ปีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะจะนำแต่เรื่องเครียดๆ มาให้ <<< เครียดเพราะจำนวนน้อยลงกว่าปีก่อนๆ แถมอายุก็น้อยลงเรื่อยๆ สวยเซ็งดิเคอะ)
เอ่อ... ข้อ 6. นี่เป็นปณิธานที่น่าหมั่นไส้พิลึก ประเด็นคือเดี๊ยนจะทำลายกำแพงในหัวใจตัวเองได้รึเปล่าต่างหาก (เพิ่งโดนพี่ที่นับถือเรียกไปหยกๆ ว่า "เจ้าสาวที่กลัวฝน") อย่างน้อยก็ถือว่าได้ศึกษาคนล่ะน่า
7. ใช้อินเตอร์เน็ตให้น้อยลง จำกัดเวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อวัน (เปลี่ยนจากรายเดือนเป็นแบบซื้อชั่วโมงจะเวิร์คกว่ามั้ย? แต่มันไม่สะดวกเวลาต่อการหาข้อมูลทำงานนี่จิ)
8. อ่านหนังสือเดือนละ 4 เล่มเป็นอย่างต่ำ และแต่ละเล่มต้องเป็นหนังสือต่างประเภทกัน (ไม่นับนิตยสารด้วยนะเออ)
9. ทำ Breathing Exercise / Hissing Exercise / rhythmic reading / emotional exercise ให้ได้ตามเป้าและต่อเนื่องตามที่กำหนดไว้
10. ทำอะไรเพื่อตัวเองมากขึ้น รักตัวเองมากขึ้น รักคนอื่นมาเยอะแล้ว ลืมตัวเองมาหลายครั้งแล้ว มีสติ มองปัจจุบันและอนาคตอันใกล้บ่อยๆ "ปล่อย" และ "วาง" สิ่งที่แก้ไม่ได้ไม่ว่าทำยังไงมันก็แก้ไม่ได้ แล้วจะไปเสียเวลากลุ้มใจกับมันทำไม หันมาใส่ใจสิ่งที่แก้ไขได้ดีกว่า อย่าเอาใจไปคิดแทนคนอื่น รู้สึกแทนคนอื่นให้มากนัก
11. ลดความละอายลงบ้างเหอะ ชาวบ้านเขาไปถึงไหนๆ แล้ว อีนี่มัวแต่อาย มัวแต่เกรงใจ เรื่องบางเรื่องใส่หน้ากากคอนกรีตเข้าไปอย่างผึ่งผายก็ไม่มีใครว่า จะหน้าบางไปถึงไหน คนอื่นทำได้ เดี๊ยนก็ทำได้ ชั่วร้ายขึ้นอีกระดับซักปีแล้วกันนะ ไม่งั้นเอ็งก็จะโดนเอาเปรียบทางจิตใจแบบนี้อยู่เรื่อยๆ จะโดนเกลียดบ้างก็ช่างเถอะ เพราะคนเราบทมันจะโดนเกลียดต่อให้อยู่เฉยๆ ก็มีคนมาเกลียดได้ มนุษย์ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้าซักหน่อย เดี๋ยวตายไปก็จำกันไม่ได้แล้ว จะแคร์อะไร (ทำไมข้อนี้เหมือนด่าตัวเองอยู่ฟระ?)
12. ปรับทัศนคติใหม่ สนใจความถูกต้องให้น้อยลง คิดถึงความต้องการของฝ่ายตรงข้ามให้มากขึ้น ไหนๆ มาตรฐานความถูกผิดของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ช่วงแรกๆ อาจรู้สึกเหมือนตัวเองตอแหล แต่ซักพักก็คงชินล่ะมั้ง เราอาจเจ็บน้อยลงและเป็นที่รักมากขึ้นก็ได้ เพราะสังคมทุกวันนี้ให้ความชื่นชมเอ็นดูคนที่สนองความต้องการและประจบประแจง มากกว่าพวกแข็งทื่อแต่จริงใจ ยังไงเดี๊ยนก็เถียงไม่ได้อยู่ดีว่า "จริงอยู่ แม้ความจริงใจไม่อาจมองเห็นแต่สัมผัสได้ แต่มนุษย์ที่ต้องการความจริงใจ มักไม่เคยคิดที่จะสัมผัสมัน เพราะเขามักเรียกร้องในสิ่งที่มองเห็นเสมอ" เพราะฉะนั้น คงต้องทำให้ความจริงใจกลายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ขึ้นมา หมดยุคสมัยปิดทองหลังพระแล้วเจ้าค่า วู้วววววว
13. พูดให้มากขึ้น ร้องไห้ให้น้อยลง บางเรื่องมันไม่มีค่าพอให้เสียน้ำตาหรอกนะ ถ้าอีกฝ่ายเขาหวังให้เราเข้าใจ เขาก็ควรเข้าใจเราด้วย เพราะฉะนั้นแสดงความไม่พอใจออกไปเลย เลิกพยายามเข้าข้างคนอื่นแล้วไปแอบร้องไห้ทีหลังได้แล้ว ขนาดตัวเองยังไม่เข้าข้างตัวเอง แล้วจะให้ใครมาเข้าข้างเราล่ะ? จริงมั้ย
สุดท้าย
14. สะกดจิตตัวเองเพื่อแก้จุดอ่อนทุกคืนก่อนนอน
แค่นี้ก่อนดีกว่า ที่พล่ามมานี้เป็นแค่ปณิธานค่ะ ตั้งให้มันยากๆ และบีบๆ ไว้ก่อน เพราะผลที่ออกมามักไม่ถึงเป้าหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย ถ้ามัวแต่กลัวว่าตัวเองทำไม่ได้ มันก็ไม่ได้ลองทำซักทีสิเนอะ
ใครจะเลิกคบเดี๊ยนเพราะปณิธานข้อท้ายๆ เดี๊ยนก็ไม่ว่านะคะ เพราะยังไงเดี๊ยนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเอาตัวให้รอดและทุกข์ให้น้อยที่สุดให้ได้อยู่แล้ว
แต่ปัญหาคือ มันจะเปลี่ยนได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก
สุดท้ายของคืนนี้...
เจอกันอีกทีหลังวันที่ 3 มกราค่ะ
HAPPY NEW YEAR 2009 <333
EDIT ขอเพิ่มข้อ 15 อีกข้อค่ะ
15. พาคุณยายไปเที่ยวซานฟรานให้ได้ไม่ปีนี้ก็ปีหน้า... มุ่งมั่นมากค่ะ (งั้นปีนี้งดญี่ปุ่นแล้วกัน อิอิ ที่บอกจะไปซื้อสัตว์เลี้ยงจากฮอกไกโดมาฝาก คงต้องยืดออกไปหลังทริปซานฟรานแล้วละนะ นายมาริโบ๊ะ เอ๊ย มาริโมะ 555)