สืบเนื่องมาจากเอ็นทรี "คำพูดโดนๆ ในอุบัติรักข้ามขอบฟ้า" มีคอมเมนต์ของคุณ MD มากระตุ้นต่อมฟุ้งซ่านของเดี๊ยน จึงเกิดเป็นเอ็นทรีนี้จนได้ 555
ปกติละครไทยชอบจบกันที่พระเอกและนางเอกลงเอยกันได้ใช่มั้ยคะ
แต่นั่นไม่เรียกว่าเป็นตอนจบที่แท้จริงหรอก ในเมื่อปมอีกหลายปมในเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไข แถมไม่ใช่เรื่องราวประเภทจบแบบให้คิดต่อซะด้วยสิ คนดูก็เลยค้างคาใจ มีแต่ทางผู้จัดเท่านั้นแหละ ที่อาจมองข้ามไป หรือลืมไปแล้ว 555
สำหรับละครเรื่องนี้ เดี๊ยนบอกตรงๆ เลยว่า ไม่ได้อยากให้มีภาค 2 เลยค่ะ เพราะเห็นแววความฝืดของภาค 2 อยู่รำไร ประเด็นให้เล่นก็ค่อนข้างน้อย ถึงจะมีจริงๆ ก็คงไม่หนุกเท่าภาคแรกหรอก เพราะภาคแรกถึงจะขายความคอเมดี้ แต่ก็มีความน้ำเน่าเข้ามาเสริมให้เกิดสีสันได้
เอ็นทรีนี้ขอเป็นเอ็นทรีแห่งความฟุ้งซ่านของเดี๊ยนแล้วกันค่ะ อัพแบบตามใจตัวเองสุดๆ (ปกติก็ตามใจตัวเองมานานแระ)
ถ้าอุบัติรักข้ามขอบฟ้ามีภาค 2....
"ถ้า..." นะคะ เป็นสิ่งที่สมมติขึ้นมา จินตนาการของเดี๊ยนล้วนๆ
บรรเลงพล็อตเลยนะคะ อย่าหาว่าเดี๊ยนใจร้ายละกัน โฮะๆๆ
สืบเนื่องจากภาคแรก กอล์ฟ-ไมค์กลายเป็นนักร้องดูโอโด่งดัง งานเข้ามากมายจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ทำให้เปิ้ลซึ่งคบกับไมค์อย่างจริงจังเกิดความน้อยอกน้อยใจตามที่ตอนจบของภาคที่แล้วปูทางไว้ แถมเวลาไปไหนก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับสาวเจ้าเป็นที่สุด
ไมค์ก็เข้าใจตรงนี้ดี แต่เขาสนุกกับการทำงาน บวกกับครอบครัวได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เขานัดเจอแม่อรบ่อยกว่าเปิ้ลเสียอีก และแม่อรก็กำชับอยู่เสมอว่าให้พี่น้องรักกันมากๆ ไมค์เพิ่งเคยมีพี่ชายเป็นครั้งแรก (จากที่เดี๊ยนจิ้นไว้เองว่าถูกใจกอล์ฟตั้งแต่แรกเห็น) ก็เลยตามติดกอล์ฟแจ ไหนจะเจอครูสอนเต้นสาวสวยมาจากญี่ปุ่น ให้ไมค์รู้สึกอุ่นใจ หายคิดถึงบ้าน เพราะเปิ้ลไม่ยอมพูดภาษาญี่ปุ่นกับไมค์มาตั้งแต่ภาคแรกแล้ว เนื่องจากเขาแทบไม่มีเพื่อนเลยในเมืองไทย ครูสอนเต้นสาวสวยคนนั้นที่มีนิสัยคล้ายแพทก็เลยกลายเป็นเพื่อนที่สนิทมากของไมค์ในระยะนี้ ในแง่สังคมและมิตรภาพถือว่าเป็นขาขึ้นของไมค์สุดๆ จนแทบไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องความรักเลย
ส่วนกอล์ฟกับแพท ต่างคนต่างมีงานของตัวเองจนแทบไม่มีเวลาให้กัน พ่อแม่ของแพทกับแม่อรก็ยังคงไม่ถูกกันเพราะเรื่องธุรกิจ กอล์ฟกับไมค์จึงเกลี้ยกล่อมแม่อรให้ยกเลิกความคิดที่จะลงทุน เพราะที่ตรงนั้นอยู่ติดทะเล เกรงว่าจะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ส่วนกอล์ฟก็ยังคอยเอาใจใส่ส่งขนมและดอกไม้ไปให้แพทอยู่เสมอ ทั้งที่ตัวเองไม่ค่อยโผล่หน้าไปให้เห็น
เปิ้ลเริ่มเบี่ยงเบนความสนใจจากญี่ปุ่นไปทางเกาหลี เพราะเดี๋ยวนี้กระแสซีรีส์และนักร้องเกาหลีกำลังบูม เธอติดละครเกาหลีงอมแงม เพราะทำให้หายเหงาได้บ้าง และอินกับความรักที่ไม่ลงตัวของเธอผ่านทางละครเกาหลีนั้น สำหรับเด็กเพื่อนน้อยอย่างเธอ ตอนนี้ละครเกาหลีคือเพื่อนสนิท เธอเริ่มเกิดอาการเกาหลีฟีเวอร์ ไปเรียนภาษาเกาหลี ตามผลงานนักร้องเกาหลีแบบเกาะติด กินอาหารเกาหลี และตุนกิมจิไว้เต็มตู้เย็น เหมือนตอนบ้าญี่ปุ่นไม่มีผิด
แล้ววันหนึ่งเธอก็ได้เจอหนุ่มเกาหลีสุดหล่อหลงทางอยู่ในกรุงเทพ ด้วยความเห่อภาษา เธอเข้าไปช่วยเหลือและได้รู้ว่าเขามาเรียนภาษาและตั้งใจจะทำธุรกิจในเมืองไทย และเป็นเรื่องบังเอิญที่หลังจากนั้นไม่กี่วันหนุ่มเกาหลีก็มาเช่าห้องพักในอพาร์ทเมนต์ของเปิ้ล ทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น เพราะเปิ้ลไม่มีเพื่อนที่ไหน
วันหนึ่ง กอล์ฟ ไมค์ แพท เปิ้ลนัดกันไปกินข้าว แล้วก็พบว่าบรรยากาศระหว่างคนทั้งสี่เริ่มเปลี่ยนไป
ครูสอนเต้นชาวญี่ปุ่นโทรหาไมค์ถี่ ส่วนหนุ่มเกาหลีก็โทรหาเปิ้ลบ้าง ในขณะที่แพทเอาแต่คิดถึงโปรเจ็คต์ของลูกค้าใหญ่ เธอหวังว่าการได้เปลี่ยนบรรยากาศมาเจอกอล์ฟ ไมค์ อาจทำให้เธอเกิดไอเดีย จนกอล์ฟน้อยใจที่ไม่มีใครสนใจตัวเอง
หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีข่าวไมค์ควงครูสอนเต้นชาวญี่ปุ่น เปิ้ลโกรธไมค์ที่มาไม่ได้เวลาโทรไปนัด แต่ดันมีข่าวไปเดินกับผู้หญิงคนอื่น ไมค์ยืนยันหนักแน่นว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับครูสอนเต้น แต่ก็โต้กลับไปเหมือนกันว่าเดี๋ยวนี้เปิ้ลอะไรๆ ก็เกาหลี
เปิ้ลแอบร้องไห้อยู่คนเดียว หนุ่มเกาหลีก็มาเห็นพอดีจึงช่วยปลอบอกปลอบใจ ก่อนจะมาปรึกษาเปิ้ลเรื่องการทำธุรกิจในเมืองไทย เปิ้ลรู้สึกดีกับหนุ่มเกาหลีคนนั้นจึงอาสาให้ความช่วยเหลือหาข้อมูล พาไปนู่นมานี่ ทำให้ลืมเรื่องของไมค์ไปได้บ้าง
แต่ข่าวไมค์ควงคนนั้นคนนี้ก็ยังทำให้เธอช้ำใจได้ไม่ขาด พวกเขาทะเลาะกันทางโทรศัพท์บ่อยขึ้น เปิ้ลค่อยๆ หมดความเชื่อใจในตัวไมค์ เพราะแทบจะไม่ได้เจอหน้ากัน ส่วนไมค์เองคบทุกคนเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่มีปิดบัง แต่ก็สนิทกับนักร้องสาวในสังกัดอีกคนอย่างออกนอกหน้า เพียงแต่เปิ้ลไม่รู้เพราะไม่เคยเป็นข่าว
กอล์ฟเองก็แอบปิ๊งนักร้องสาวคนนั้น ทั้งคู่เริ่มตีสนิทนักร้องสาว แต่กอล์ฟมีแพทอยู่แล้วเลยออกตัวได้ไม่เต็มที่
วันหนึ่งแพทไปทำงานถ่ายโฆษณา เกิดปัญหาแบบครั้งแรกที่เธอเจอไมค์ เธอจับพลัดจับผลูเอาหนุ่มญี่ปุ่นรูปหล่อที่อยู่แถวนั้นมาเป็นตัวประกอบอีกจนได้ แต่คราวนี้เธอไม่พลาดคืนพาสปอร์ตให้อย่างเรียบร้อย เนื่องจากหนุ่มน้อยคนนั้นหน้าตาดี แถมพูดภาษาไทยได้ เธอจึงได้แลกเบอร์ติดต่อเผื่อเรียกมาทำงาน
หนุ่มน้อยคนนั้นหลงใหลเมืองไทยมาก เขาเป็นพวกอนุรักษ์ธรรมชาติเช่นเดียวกับกอล์ฟ ทำให้แพทเกิดความประทับใจเพราะเห็นภาพกอล์ฟซ้อนเข้ามา เธอคิดเอาเองว่าคงคิดถึงกอล์ฟมากเกินไป นอกจากนี้ยิ่งพอแพทรู้ว่าหนุ่มญี่ปุ่นเคยมาทำงานอาสาสมัครที่หัวหินและเคยคุยถูกคอกับพ่อแม่ของเธอ ก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว รวมถึงหนุ่มน้อยคนนั้นซึ่งหลงรักบ้านแพทที่หัวหินก็มาเป็นกาวใจให้แพทไปเยียมพ่อกับแม่บ่อยขึ้นด้วย
ในขณะที่กอล์ฟพอมีชื่อเสียงโด่งดัง ก็สนุกกับงานบันเทิงจนลืมงานรักษาสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่าการประหยัดทรัพยากรยังคงติดอยู่เป็นนิสัย แต่เพราะเป็นคนดังที่งานรัดตัว บางอย่างที่เคยปฏิบัติอย่างเคร่งครัดก็ทำไม่ได้ เขาจึงต้องปรับการใช้ชีวิตให้เอื้อกับงานในปัจจุบัน
แพทเริ่มสังเกตเห็นจุดนี้ ความศรัทธาที่มีในตัวกอล์ฟจึงค่อยๆ หดหาย เธอหันไปชื่นชมเด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่มีความใฝ่ฝันจะทำงานองค์กรระหว่างประเทศเพื่อสืบสานอุดมการณ์ของตัวเองมากกว่า กอล์ฟเองก็รู้สึกได้ถึงความเหินห่างระหว่างเขากับแพท เขาจึงแก้ไขโดยการติดต่อแพทมากขึ้น แต่ปรากฏว่าเจอเด็กหนุ่มญี่ปุ่นซึ่งมาถ่ายโฆษณารับสายขณะที่แพทลืมโทรศัพท์ไว้แล้วไปทำธุระอื่น
กอล์ฟหึงแพทขึ้นมาจึงรีบบึ่งไปหาที่กองถ่ายเพื่อเคลียร์กับแพท (เอ่อ... มาจากจินตนาการแต๊ๆ ไม่ได้มีเจตนาอิงอะไรเลยนะเคอะ) การมาหาของกอล์ฟทำให้เกิดความวุ่นวายเพราะตัวประกอบสาวๆ ไม่เป็นอันทำงาน ไหนจะคนมามุงดูกันอย่างล้นหลาม ทำให้ผู้กำกับหันไปตำหนิแพท แพทจึงตำหนิกอล์ฟต่ออีกระลอก ทั้งคู่ทะเลาะกัน พอกอล์ฟรู้เรื่องเด็กหนุ่มญี่ปุ่นตัวต้นเหตุ ก็เห็นภาพไมค์ในอดีตมาซ้อนทับ ทำให้ผิดใจกับแพทมากยิ่งขึ้น
หลังจากนั้น กอล์ฟเห็นหน้าไมค์ก็เกิดอาการหมั่นไส้ แต่เขาแสดงออกตรงๆ ไม่ได้เพราะสัญญากับแม่ไว้ว่าจะไม่ทะเลาะกันอีก พอเห็นไมค์จี๋จ๋ากับนักร้องสาวที่ตัวเองก็หมายตาอยู่ ทั้งที่ไมค์ก็ยังไม่ได้เลิกกับเปิ้ล กอล์ฟจึงรีบทำคะแนนเพื่อตัดหน้าไมค์โดยไม่ใส่ใจแพทอีก
ศึกชิงนางระหว่างพี่น้องจึงเข้มข้นขึ้นอย่างเงียบๆ โดยหารู้ไม่ว่า แท้จริงแล้วนักร้องสาวที่ทั้งคู่รุมจีบอยู่นั้น... เป็นสาววาย (ชักเริ่มรั่วแล้วสิ ^^;)
เรื่องยาวขึ้นทุกที... เดี๊ยนรีบไปทำงานดีกว่า เอาเป็นว่าต่อจากนี้ นักร้องสาวชาววายก็ทำหน้าที่เป็นกามเทพแผลงศรรักปักอกหนุ่มๆ ในขณะที่ตัวเองก็เอาเรื่องราว "รักต้องห้าม" ของทั้งคู่มาเขียนเป็นนิยายส่งสำนักพิมพ์ต่างประเทศอย่างแยบยล จนโด่งดังไปทั้งทวีปโดยไม่มีใครจับได้ (ตัวร้ายของจริง) ส่วนเปิ้ลลงเอยกับหนุ่มเกาหลีทำธุรกิจแฟรนไชซ์จนร่ำรวย แพทก็โสดใสไร้พันธะทำงานได้อย่างอิสระ จนกระทั่งหลายปีต่อมาหนุ่มน้อยชาวญี่ปุ่นได้ทำตามความฝันและขอแพทแต่งงานอย่างหวานชื่น
ส่วนกอล์ฟกับไมค์หลังจากทำงานหนักและตกหลุมรักกันเอง ก็กลายเป็นขวัญใจคนทั่วโลกและได้มีโอกาสเป็นทูตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโครงการระดับนานาชาติที่เด็กหนุ่มญี่ปุ่นทำงานอยู่ พอได้พูดคุยกันจริงๆ กอล์ฟก็ยอมรับในความสามารถและความมุ่งมั่นของเด็กหนุ่มคนนั้นทำให้สะท้อนใจถึงตัวเองที่ลืมอุดมการณ์ของพ่อไปในช่วงเวลาที่กำลังดังสุดๆ จึงอวยพรให้แพท ขณะที่ความรักของตัวเองยังต้องปิดบังต่อไปเพื่อไม่ให้แม่อรเสียใจ... และมันก็จะกลายเป็นอุบัติรักข้ามขอบฟ้า แนวดรามารักรันทดน้ำตาตกในแบบวายๆ ภาค 3 เจ้าค่ะ
กร๊ากๆๆๆๆ
ฟุ้งซ่านจบแล้วค่ะ จบอย่างรั่วกระจาย
ขอขอบคุณทุกท่านที่ทนอ่านความไร้สาระมาจนบรรทัดนี้นะคะ อย่าไปเอาสาระอะไรกับมันเลย เดี๊ยนแค่ปล่อยของ 555
หวังว่าเอ็นทรีต่อไปคงมีอะไรน่าติดตามมากกว่านี้ เหอๆๆๆ
.