โฮกกกกกกกกกก
กรี๊ดดดดดดดดด
ม่ายหวายแล้ววววววว... ละลายยยยย
ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่า...
เพลงประกอบเพราะมากเลยค่า
กิ๊วก๊าวววว ฟังแล้วน้ำตาไหลริน
วันนี้เดี๊ยนเพิ่งอ่านเรื่องย่อจากภาพยนตร์บันเทิงฉบับพิเศษของละครเรื่องนี้ และพบว่า...
อ๊ากกก สนุก แค่อ่านเรื่องย่อก็ยิ่งทำให้อยากดูละครมากกว่าเดิม dokidoki
อืม... งั้นเริ่มกันที่ความเห็นเกี่ยวกับเนื้อเรื่องก่อนดีกว่า หลังจากอ่านเรื่องย่อและดูตอนแรก (เอ็นทรีนี้ท่าจะยาวแหง เหอๆๆๆ)
มีความบังเอิญที่น่าลุ้นมากมาย นับถือการผูกพล็อตเรื่องจริงๆ ค่ะ เพราะแค่อ่านคร่าวๆ คอโรแมนติกคอเมดี้ก็คงตัวสั่นระริกด้วยความกิ๊กกั๊กกิ๊บกิ๊ววิ้วว้าว (ภาษาอะไรของเอ็ง -*-) แต่ก็มีหลายๆ จุดที่ไม่ค่อยสมเหตุผลซักเท่าไหร่ อย่างเช่น แม่บ้านของไมค์ที่ญี่ปุ่น... จริงๆ น่าจะให้เป็นคนญี่ปุ่นมากกว่า เพราะมันทำให้สงสัยว่าทำไมไมค์ถึงพูดภาษาไทยไม่ได้เลย พออรอนงค์ไปหาลูกก็ให้แอ๊บพูดภาษาญี่ปุ่นไปก็ได้นี่ ไม่งั้นก็ให้คนญี่ปุ่นคนนั้นพูดไทยได้ซะ เดี๊ยนไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยนะคะ จริงๆ เดี๊ยนสามารถคิดเล็กคิดน้อยได้มากกว่านั้นถึงขั้นจินตนาการหาเหตุผลต่างๆ มาซัพพอร์ตเนื้อเรื่องด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากมันเป็นละครที่มีเวลาสำหรับฉากนี้จำกัด จึงน่าจะทำจุดเล็กๆ น้อยๆ นี้ให้เคลียร์ไปได้โดยไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรอีกในภายหลัง ให้รู้ไปเลยว่าไมค์โตมาแบบแวดล้อมด้วยคนญี่ปุ่นจริงๆ และตอบคำถามได้ด้วยว่าไมค์พยายามเขียนจดหมายภาษาญี่ปุ่นให้แม่คนไทย (ซึ่งรู้ภาษาญี่ปุ่น)
รถถังน่ารักมากกกกกกกกกกกกกก (เอ๊ะ? บรรทัดนี้มาได้ไง 555)
โฮกรถถังซักหนึ่งที โฮกกกกกกก (ภูมิแพ้น้องหมากำเริบ *o* เห็นไม่ได้ อยากเข้าไปฟัดไปงับหัว)
ภาพไมค์ตกระกำลำบากในเมืองไทยยังไม่พอค่ะ... เดี๊ยนหมายความว่ายังไม่น่าสงสารพอจะให้เชื่อว่าฮีกำลังมืดแปดด้านในแบงค็อกจริงๆ แท็กซี่ส่งลงที่เซ็นทรัลเวิร์ล? แล้วไง? หลังจากนั้นไปข้าวสารยังไง? หลังจากนั้นไปโผล่ที่วัดได้ยังไง? เดี๊ยนไม่ได้ต้องการคำตอบค่ะ แต่อย่างน้อยน่าจะมีภาพเด็กหนุ่มกางแผนที่เดินวนๆ เวียนๆ ก่งก๊งให้พอเชื่อได้บ้างว่าฮีเอ๋ออยู่ในเมืองไทยนะ จะได้เพิ่มดีกรีความรันทดขึ้นอีกนิดหน่อย เดาได้อ่ะค่ะว่าใช้เงินในกระเป๋ากอล์ฟนั่งแท็กซี่ แต่... ถ้าไม่มีรายละเอียดพวกนี้ มันไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับการเป็นเอเลียนในกรุงเทพของไมค์ซักเท่าไหร่อ่ะ
อีกนิด... ขาเข้ากับขาออกมันคนละชั้นกัน เดี๊ยนแอบอึ้งๆ ตอนที่กอล์ฟวิ่งเฉียดหลังไมค์ในสนามบินค่ะ แต่ก็เอาเถอะ... ถ้าอยากให้มีฉากนี้ก็จะเข้าใจค่ะ ชอบเหมือนกัน... พี่น้องที่พลัดพรากสวนกันโดยไม่รู้จัก โรแมนติกดี กรี๊ดดดด (ซะงั้น)
แถมนั่งรถแท็กซี่คันเดียวกันอีก ถ้าเป็นเดี๊ยน เดี๊ยนคงเพิ่มบทให้คนขับแท็กซี่บ่นอุดรูรั่วของเวลาซักหน่อยระหว่างรอกอล์ฟเฉียดไมค์ในสนามบิน เอาแบบขำๆ ภาษาท้องถิ่นอีสานบ้านเฮาว่า "จอดหาลูกค้ายากจริง โดนตำรวจไล่ จอดนานไม่ได้เดี๋ยวโดนปรับ" ไรเงี้ย ให้คนดูตีความเอาเองว่าแท็กซี่คันเดิมนี้หนายังวนเวียนกลับมาหาลูกค้าในสนามบิน
แล้วก็... "คนที่เต้นแบบนี้ได้มีเป็นหมื่นเป็นแสน แต่ผมมีแค่คนเดียว" (จำได้ไม่ตรงหรอกค่ะ แต่ประมาณนี้)
กรี๊ดดดดดด ประโยคเด็ดกินใจเดี๊ยนมั่กๆ อ๊ากกกกก ชอบประโยคนี้ที่สุดเลยยยยย ชอบบบบบ ขอยืมไปใช้เวลาสัมภาษณ์แฟนคลับได้มั้ยคะ "คนเต้นได้แบบนี้มีเป็นหมื่นเป็นแสนก็จริง แต่กอล์ฟ-ไมค์มีแค่อย่างละคนเท่านั้นนนนน" เด็ดดวงมากเลยค่า...
แอบไม่ชอบฉากที่เปิ้ลขยำที่อยู่แม่ของไมค์ง่ะ... ช่วยกำจัดวัตถุเจ้าปัญหาในเรื่องด้วยวิธีอื่นได้มั้ยคะ มันดูมักง่ายไปนิดส์
ชอบฉากที่ไมค์เปิดตู้เย็นแล้วไม่มีอะไรเลย แถมฝาช่องใส่น้ำแข็งยังหลุดด้วย แปลกจัง เป็นฉากเล็กๆ น้อยๆ แต่กินใจสุดๆ เลยอ่ะ โดยเฉพาะตอนไมค์รับฝาแล้วปิดใหม่ จากนั้นก็ปิดตู้เย็น ดูแล้วบีบหัวใจเล็กๆ... ดูเคว้งคว้างดีจัง
น่าจะให้ไมค์อุทานหรือสบถออกมาบ้างอ่ะค่ะ... เงียบเกินไป มันดูเหมือนใบ้มากกว่าพูดไทยไม่ได้ หรือถ้าจะเงียบจริงๆ อย่างน้อยการแสดงออกทางลมหายใจน่าจะสื่อความรู้สึกได้อย่างชัดเจน เผลอๆ ชัดเจนกว่าถ้อยคำใดๆ ด้วยซ้ำ เดี๊ยนก็รอดูอยู่ แต่เพราะสื่อไม่ถึงบางครั้งก็เลยไม่ค่อยรู้สึกถึงชีวิตจิตใจของตัวละครเท่าไหร่อ่ะค่ะ
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เข้าเรื่องการแสดงเลยดีกว่าเนอะ จริงๆ ออนแอร์ครั้งแรก ละครเรื่องแรก เดี๊ยนไม่ได้คาดหวังอะไรเลยนอกจากได้เห็นหน้าเด็กๆ อันเป็นที่รักของเดี๊ยน เพราะฉะนั้น สิ่งที่เดี๊ยนจะชำแหละต่อไปนี้เกิดจากความรู้สึกอย่างบุคคลที่สามที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทำละครล้วนๆ เลยนะเคอะ
เต้ย... พอแสดงละครแล้วขึ้นกล้องน้อยกว่าที่คิดแฮะ T^T แต่ก็ยังน่ารักอยู่นะจ๊ะ (เฮ้ย เข้าเรื่อง) เอาเถอะค่ะ นั่นคงเป็นอิทธิพลของแฮร์และเมคอัพด้วย สรุปว่าน่ารักดีอ่ะค่ะ หมั่นเขี้ยวได้ใจมากๆ เลย ฟ้าส่งบทนี้มาให้เต้ยยยยย (ฟ้าเป็นใคร? 555) วันแรกมีแต่ปะทะคารมเนาะ อ้อ... ตอนแกะห่อพลาสติกที่ชั้นหนังสือ ถ้าหน้าตาเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายอีกซักหน่อย คงจะได้สีสันกว่านี้เยอะเลย เพราะมุมกล้องตรงนั้นมันแบนไปหน่อย เลยดูวิเหวงโหวง ถึงเรื่องจริงคงไม่มีใครออกทางหน้าตาขนาดนั้น แต่ว่า... โรแมนติกคอเมดี้ใช่มั้ยคะ? ถ้าเต้ยสวมวิญญาณมิสเตอร์บีนขี้งกในฉากนั้นกว่านี้อีกนิด เต้ยจะครองใจเดี๊ยนได้เลยล่ะ เดี๊ยนเชื่อว่าเต้ยทำด้ายยยย 555+
กอล์ฟ... เขินแม่อรอนงค์เหรอลูก... คุยกับแม่หน้าเขินเชียว ทำเอาเดี๊ยนพลอยเขินตามไปด้วย (จริงๆ นั่งเขินตลอดทั้งเรื่องแหละ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตรูเขินอะไรนักหนา ไม่ใช่คนเล่นเองซักหน่อย... ระหว่างอัพบล๊อกนี่ก็ยังเขินค้างอยู่เลยนะคะ เฮ้อออ) หรือจะเป็นโฟกัสของสายตากอล์ฟตอนพูดนะ ที่ทำให้ดูเหมือนเขินแม่อ่ะ
แต่กอล์ฟ... เวลากวนโอ๊ยเป็นธรรมชาติมากเลยลูก ประหนึ่งดึงเอาตัวเองออกมาเลยทีเดียว... หรือนั่นจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของศิลปิน??? + ปวดฉี่ได้น่ารักมากลูกเอ๊ยยยย ขนาดวิ่งเข้าห้องน้ำยังโมเอะขนาดนี้
พีค... แง่ะ ชอบพีคแสดงหนังมากกว่าง่ะ อาจเป็นเพราะเห็นพีคในหนังแล้วรู้สึกว่าทำได้ดีกว่านี้หลายเท่า แต่ก็พอเข้าใจความแตกต่างระหว่างการแสดงหนังกับละครอยู่บ้างเหมือนกันนะคะ (เคยอยู่มาทั้งสองกอง เพียงแต่ไม่ใช่กองของไทยเท่านั้น เหอๆๆๆ) แต่วันนี้เพิ่งตอนแรกนี่นา... จะพยายามปล่อยวางพีคในหนัง แล้วเริ่มจูนกับพีคใหม่ในละครนะจ๊ะ
ท่าก้าวขาข้ามรถของชีมันสุดยอดมากเลย ไม่มีใครทำได้น่ารัก+ฮาเท่าพีคอีกแล้วล่ะมั้ง 555+
ไมค์... จริงๆ ไมค์ไม่ต้องแสดงอะไรมากก็ได้เลยนะเนี่ย 555 ไม่ได้แซวนะคะ แต่คิดว่าไมค์แอ็คติ้งสีหน้ามากไปจนดูกระเดิดเล็กๆ ง่า ยิ่งรับส่งบทกับคุณเอ็กซ์ตราซึ่งไม่เนียนพอ ความกระเดิดก็เลยยิ่งชัด (ทำนองเดียวกับที่กอล์ฟเขินตอนคุยกับแม่อ่ะ แต่คุณอรอนงค์ดึงน้ำหนักไปได้มาก ช่วยเรื่องภาพรวมไว้เยอะ) ก็ตัวละครตัวนี้มันมีบาเรียแห่งความเหงาล้อมรอบตัวอยู่ไง พอแสดงสีหน้าออกมาชัดไปมันเลยบั่นทอนเล็กน้อย หรือเพราะเดี๊ยนเป็นแฟนคลับ ก็เลยรู้สึกอย่างนั้น ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่เคยสัมผัสกับบุคลิกไมค์มาก่อนอาจต้องการให้แสดงออกมากเพื่อจะได้อ่านอารมณ์ออกก็ได้ล่ะมั้ง? เท่าที่ดูภาพที่ออกมา "ไมค์สามารถเป็นตัวเองได้เลยล่ะค่า" แต่พอใส่คำว่า "แสดง" เข้าไป ภาพที่ออกมันก็เลย "แสดง" อ่ะ ถ้าเป็นตัวละครที่ฉูดฉาดอย่างกอล์ฟ พีค เต้ย มันต้อง "แสดง" ใช่ป่ะ แต่บุคลิกไมค์มันบิ้วด์มาตั้งแต่โปรโมทละครแล้วว่าเงียบ นิ่ง พูดน้อย (ด้วยขีดจำกัดทางภาษา) ต่อยหนัก (นึกจะงอนขึ้นมาก็กลับญี่ปุ่นดื้อๆ... อ้าว อีแม่ยก สปอยล์เฉยเลย) บวกกับเป็นคนญี่ปุ่นด้วย เดี๊ยนเลยคาดหวังว่าเวลาฮีจนด้วยเกล้าในเรื่องต่างๆ ในเมืองไทย สีหน้าที่ออกมาก็คือ "..." (จุด จุด จุด วงเล็บเหงื่อตก) ซึ่งปกติไมค์เป็นคนทำสีหน้าแบบนี้บ่อยๆ อยู่แล้วอ่ะ ไม่ต้องทำเหวอขั้นแอดวานซ์ก็สื่อได้ ที่สำคัญ... หน้าจุด จุด จุดโดยธรรมชาติของไมค์มันดูมีอะไรอยู่ในตัวอยู่แล้วง่า (แต่ก็เอาเถอะค่ะ ขืนจุด จุด จุดจริงๆ อาจจะโดนวิจารณ์ว่าแสดงแข็งทื่อเป็นหัวผักกาดล่ะมั้ง ก็มันเป็นละครนี่นะ)
ความพยายามในการสื่อสารกับคนต่างบ้านต่างเมืองยังดูน้อยไปหน่อยอ่ะค่า (คาบเกี่ยวกับย่อหน้าว่าด้วยคำอุทาน) จริงๆ ตอนคืนกระเป๋าโอเคเลยล่ะ แต่ตอนแท็กซี่น่าจะออกเสียงอะไรบ้างง่ะ (แอบเห็นปากเหมือนขยับภาษาไทย 555 อีป้าตาหาเรื่องสุดๆ) คือมันเงียบจนเหมือนจงใจอ่ะ ถึงจะพูดน้อยแค่ไหน แต่ถ้าลองตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะมาเมืองไทยคนเดียวแบบนี้ ก็ต้องมีการดิ้นรนใช่มิคะ (ตรงนี้น่าจะเป็นสีสันของตัวละครไมค์) ยังไม่ค่อยรู้สึกถึงการดิ้นรนนั้นเท่าไหร่เลย รู้สึกว่าสิ่งที่ทำให้ยังไม่เชื่อในตัวละครไมค์มันจะวนๆ เวียนๆ อยู่แถวนี้ล่ะ หนูไมค์ของเจ๊... รับศึกหนักอย่างงี้นี่เอง ก็ตัวละครอื่นน่ะเป็นตัวของตัวนั้นตั้งแต่ต้นจนจบใช่มั้ยคะ แต่ตัวละครไมค์น่ะ จะเป็นไมค์ในสถานการณ์พิเศษตั้งแต่ต้นเลย เพราะเป็นตัวละครที่พลัดถิ่น มีเรื่องตื่นตาตื่นใจตื่นตระหนกตื่นที่ตื่นทางตื่นๆๆๆๆ ตลอดเวลา สิ่งที่แสดงออกมาก็ย่อมจะพิเศษโดยต้องไม่หลุดความเป็นตัวละครนั้น แถมยังเป็นตัวละครที่ดูแล้วดราม่ากว่าใครเพื่อนอีกต่างหาก เฮ้อ... ถึงจะบอกว่าแสดงเป็นตัวไมค์เอง แต่เรื่องแรกก็ล่ออะไรโหดๆ เลยนะหนูไมค์ หรือเพราะเจ๊หั่นละเอียดไป เลยคิดอะไรเยอะไปหน่อยตามประสาคนชอบวิชาวรรณคดี
อ๊ะ แต่หนูไมค์... พูดภาษาญี่ปุ่นได้น่ารักมากเลย โมเอะสุดๆ เจ๊ชอบบบบบ โอ๊ยยยย ฟังแล้วอยากลูบหัวหนูไมค์จริงๆ น่าเอ็นดูง่า
วกกลับมาที่เนื้อเรื่อง... เอ่อ... ข้องใจเรื่องกระเป๋ามากเลยค่ะ คือ... แอบไม่น่าเชื่อว่าคนญี่ปุ่นที่มาเมืองไทยด้วยจุดประสงค์นั้น จะแบกเป้แค่นั้นมาจริงๆ อ่ะ? แถมเป้ยังดูไม่หนักพอ ยิ่งมีฉากยกขึ้นยกลงที่เคาเตอร์ยิ่งเสี่ยงต่อการถูกจับได้ (ว่าเบา) แต่เอาเถอะค่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ในละคร (ทำให้คนดูพยายามหาเหตุผลซัพพอร์ตพล็อตกันเอาเองอีกแล้วง่ะ T^T)
ไหนจะเรื่องกระเป๋าตัง... มันไม่มีบัตรอะไรที่พอจะรู้ตัวเจ้าของอยู่ในนั้นเลยเหรอคะ? (อ่านเรื่องย่อแล้วแอบเอะใจตอนไมค์เจอกอล์ฟนั่นแล) แล้วไมค์ไม่คิดจะดูเลยเหรอว่าเจ้าของกระเป๋าเป็นใครง่า
พิมพ์มายาวขนาดนี้... โดยรวมแล้วชอบนะคะ อาจเพราะเป็นตอนแรก แถมนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เดี๊ยนดูเด็กๆ เล่นละคร มันก็เลยแปลกหูแปลกตาแปลกสัมผัสหลายอย่าง ต้องติดตามต่อไปเรื่อยๆ จะพยายามไม่คิดอะไรมากแล้วกันค่ะ เพียงแต่บางอย่างที่มันขัดกับสามัญสำนึกของตัวเองมันจะอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้เท่านั้นเองง่ะ
อยากดูตอนของวันพรุ่งนี้แล้วสิ อิอิ
แถมท้าย... เดี๊ยนชอบตัวละคร "แพท" มากที่สุดในเรื่องเลยล่ะค่ะ รู้สึกว่าชีคล้ายเดี๊ยนเลย ยกเว้นเรื่องความปากจัด 555+ (ตัวจริงเดี๊ยนเงียบๆ หยิ่งๆ นะจะบอกให้) แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เดี๊ยนชอบชี เดี๊ยนชอบเพราะตัวละครตัวนี้ดูละเมียดละไมดีค่ะ อย่างเช่น เชื่อเรื่องฤกษ์ยาม... เชื่อรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าเธอตั้งใจจะทำอะไร มันจะต้องเป๊ะๆ เจ้าระเบียบปนเครียดกับชีวิต ทุกอย่างต้องถูกต้องในครรลองที่ชีว่าถูกและควร เดาว่าถ้าไม่เป็นสาวกรุ๊ปเอ ก็คนลักษณ์ 1 แถมเลี้ยงปลาด้วย บ่งบอกถึงความเป็นคนมีอารมณ์ศิลปินนะเนี่ย ไหนจะเรื่องวิธีคิดต่างๆ แรงขับดันภายในที่ออกมาเป็นคำพูดและการกระทำ ดูเหมือนคนเขียนบทจะให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของแพทดีอ่ะค่ะ หรือเพราะเป็นตัวละครที่โตแล้วรึเปล่านะ?
ไม่ชอบ เกลียด